ดูหนังออนไลน์

หนังออนไลน์ สงครามยอดเยี่ยม สาดกระสุนไม่ยั้ง

หนังก็ดูมาทุกแนวแล้ว ลองมาดู หนังออนไลน์ สงครามกันบ้าง หนังสงครามใครก็ชอบกัน เพราะหนังสงครามมีที่ทิศทางของมันอยู่ เนื่องจากมีฐานคนดูที่จำนวนมาก ทำให้หนังสงครามถูกผลิตออกมาได้อย่างไม่ขาดสาย นั่นทำให้ทั้งฮอลลีวูดและวงการภาพยนตร์ในประเทศต่าง ๆ สร้างสรรค์หนังสงครามออกมาอย่างต่อเนื่องพร้อมกัน หนังสงครามหลายเรื่องก็ทะเยอะทะยานเกินกว่าที่จะเป็นแค่หนังฆ่าฟันกันดาดในสมรภูมิรบเท่านั้น ยังมีการสอดแทรกมิติทางประวัติศาสตร์ แง่มุมต่าง ๆ ของสงคราม และสะท้อนจิตใจอันดำมืดหรืองดงามของมนุษย์ไปพร้อมกัน 

The Longest 1962 หนังสงครามชั้นครูที่บอกเล่าเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กับการยกพลขึ้นบกครั้งใหญ่ที่สุดของฝ่ายสัมพันธมิตรเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 1994 ณ ชายหาดนอร์มังดี ประเทศฝรั่งเศส เพื่อเผด็จศึกฮิตเลอร์และจักรวรรดินาซีของเยอรมัน เหตุการณ์วันนี้ถูกเรียกสั้น ๆ ว่า “ดีเดย์” และกลายเป็นสำนวนที่ใช้กันมาถึงทุกวันในความหมายว่า “กำหนดวันเริ่มโครงการหรือปฏิบัติการสำคัญ” ในหนังจะทำเป็นฟิล์มขาวดำเพื่อให้รู้สึกสมจริงเหมือนดูสารคดีสมจริงขนาดที่ “ดไวต์ ดี . ไอเซนฮาวร์”ประธานธิบดีคนที่ 34 ของสหรัฐมาแสดงเป็นตัวเองในหนังด้วย (เขาเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ 2 ) หนังพาคนดูเข้าไปอยู่ในสงครามได้สำเร็จ หนังเรื่องนี้ยังเก็บรายละเอียดของยุทธการได้ดี โดยไม่จำเป็นต้องมีฉากนองเลือดรุนแรง แล้วยังสะท้อนเจตนารมณ์ของผู้สร้างที่ว่า “เราไม่ได้ต้องการทำหนังสงคราม เราต้องการทำหนังที่แสดงถึงความกล้าหาญของมนุษย์ในภาวะสงครามต่างหาก” ในเรื่องนี้ทำออกมาให้ดูเหมือนว่าคุณดูสารคดีที่ไม่ได้ดูหนัง เรื่องนี้คุณห้ามพลาดเลยแม้แต่วินาทีเดียว

ดูหนังออนไลน์

Lawrence of Arabia (1962) หนังมหากาพย์สงครามอยู่เหนือกาลเวลา หนังเรื่องนี้ได้ดัดแปลงมาจากชีวประวัติของ “ที.อี.ลอว์เรนซ์” ฮีโร่คนหนึ่งในประวัติศาสตร์ ผู้เป็นทั้งนักโบราณคดี ทหาร นักการทูต และนักเขียน เขามีบทบาทที่สำคัญยิ่งในการสร้างสันติสุขให้เกิดในคาบสมุทรอาระเบียน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ชีวิตของเขาเปี่ยมสีสัน เหมาะแก่การนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ มีทั้งด้านมืดและด้านลึกลับ ชวนให้ติดตาม หนังเรื่องนี้ได้นักแสดงโนเนมในตอนนั้นคือ “ปีเตอร์ โอ ทูล” มารับบทลอว์เรนซ์ ถึงแม้ว่าหลายคนจะบอกว่าเขาไม่เหมาะ แต่ปีเตอร์ก็ได้พิสูจน์ตัวเองด้วยการสวมวิญญาณลอว์เรนซ์ได้ดีจนน่าขนลุก เขาได้แจ้งเกิดกับบทนี้และได้กลายเป็นภาพทรงจำที่คนทั่วโลกไม่มีวันลืม ในหนังเรื่องนี้ไม่มีนักแสดงนำหญิง ไม่มีประเด็นรักโรแมนติกมาทำให้หนังดูซอฟท์ลง มีแต่ฉากในทะเลทรายและการสู้รบที่ดุเดือดอย่างแน่นอน

The Great Escape (1963) เป็นหนังที่สร้างมาจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1943 เมื่อเยอรมันสร้างค่ายกักกันเชลยแห่งใหม่เกิดขึ้น โดยใช้ระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้ขึ้นชื่อว่าดีที่สุด กำจัดจุดอ่อนของคุกอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ได้หมดจด อย่าว่าแต่นักโทษจะหนี แม้แต่หนูสักตัวก็ยังหนีได้ยาก เมื่อทุกอย่างสร้างเสร็จก็นำเชลยฝ่ายพันธมิตรที่มีทั้ง ตำตรวจ ทหาร พลเรือน ดูหนัง หลากหลายเชื่อชาติมาขังรวมกันไว้ แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อบรรดาเหล่าเชลยวางแผนแหกคุก โดยแต่ละคนได้ระดมสมองและนำทักษะความสามารถของตนเองออกมาใช้ร่วมกัน มีทั้งการขุดอุโมงค์ใต้ดิน ปลอมแปลงเอกสาร ดัดแปลงอุปกรณ์ สร้างหลักฐานปลอม ใช้อุบายปั่นหัวทหารเยอรมัน ฯลฯ จนในที่สุดก็สามารถหลบหนีออกมาจากคุกที่ว่าแน่ได้ถึง 76 คน จนนำไปสู่การไล่ล่าเชลยทั้งหมดแบบสะเทิ้นน้ำ สะเทิ้นบก ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้คุณต้องห้ามพลาด

Das Boot (1981) หนังเรื่องนี้เป็นหนังของเยอรมัน หนังเรื่องนี้ได้รับการยกย่องให้เป็น “หนังเรือดำน้ำที่ดีที่สุดในโลก” หนังได้มีการจำลองเรือดำน้ำได้เหมือนจริง รวมไปถึงรายละเอียดของสถานการณ์ ภารกิจและยุทธวีถีทางทหารของกองทัพเรือได้สมจริง เหมือนกับนั่งดูสารคดียังไม่พอเท่านั้นยังทำให้คนดูรู้สึกเหมือนติดอยู่ในเรือดำน้ำแคบ ๆ ในภาวะสงครามจริง ๆ ตัวหนังจะเดินเรื่องผ่านเรือดำน้ำเยอรมัน U-96 ที่ต้องลาดตระเวนพร้อมจมเรือข้าศึกและดวลกับเรือรบอังกฤษ ต้องรับมือกับการโดนถล่มทั้งทางน้ำและทางอากาศ ต้องใช้จิตวิทยาล่อหลอกสารพัดวิธีในการเดินเรือ ไหนจะต้องฝ่าช่องแคบที่มีเรือข้าศึกประจำการอยู่เพียบ เรียกว่าโชว์วิทยาการของเรือดำน้ำ โชว์ทั้งทักษะความสามารถของกัปตันเรือ และลูกเรือ สำหรับใครที่ชื่นชอบภาพยนตร์ที่ต่อสู้ทางทะเลเรื่องนี้คุณไม่ควรพลาด

Top Gun (1986) เป็นศูนย์ฝึกของยุทธการทางอากาศของกองทัพเรืออเมริกา เพื่อที่จะคัดเลือกยอดนักบินที่เป็นระดับหัวกระทิจากทั่วประเทศมาฝึกฝนให้เป็นนักบินรบที่เก่งกาจที่สุดในโลก หนังเรื่องนี้ทำให้ผู้ชายทั้ง 3 คน ได้มายืนอยู่แนวหน้าของฮอดลีวูดในชั่วข้ามคืนหลังจากออกฉาย นั่นคือ เจอร์รี่ บรัคไฮเมอร์ (ผู้อำนวยการสร้าง) โทนี่ สก็อตต์ (ผู้กำกับ) และ ทอม ครูซ (นักแสดงนำ) ”มาเวอริค” ผู้เข้ารับการฝึกเป็นนักบินขับไล่ ที่นี่เขาได้เรียนรู้การช่วงชิงความเป็นที่หนึ่งนาทีแห่งความเป็นความตายในการปะทะกันกลางอากาศ ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยกลางอากาศหมายถึงความสูญเสีย และการก้าวผ่านความเจ็บปวดจากการสูญเสียนั้นเพื่อเดินหน้าต่อ ใครที่ต้องการแรงบันดาลใจเราขอแนะนำภาพยนตร์เรื่องนี้เลย ส่วนใครที่เป็นแฟน ๆ ของทอม ครูซ อยากที่จะเห็นว่า ทอม ครูซ สมัยหนุ่ม ๆ ว่าหน้าตาดูดีขนาดไหนก็ไม่ควรพลาดที่จะรับชมเช่นกัน

Platoon (1986) เรื่องนี้กลายเป็นต้นแบบหนังสงครามเวียดนามอีกหลายเรื่องในยุคหลัง หนังได้เล่าเรื่องผ่านเด็กหนุ่มอเมริกันคนหนึ่ง ที่มาเป็นทหารร่วมรบในสงครามเวียดนาม และเรียนรู้ทุกอย่างของคำว่า “สงคราม” ด้วยตัวของเขาเอง ทุกฉากของหนังล้วนเกี่ยวข้องกับสมรภูมิรบและนำเสนอภารกิจ หนัง ของทหารอย่างครบถ้วน ทั้ง การขุดสนามเพลาะ สร้างบังเกอร์ ลาดตระเวน และการปะทะสู้รบ เรียกว่า เหมือนพาคนดูไปสำรวจชีวิตทหารจริง ๆ ประเด็นที่หนังจงใจใส่ลงไปในหนังอย่างเห็นได้ชัดก็คือ ทหารอเมริกันปฏิบัติภารกิจในเวียดนามอย่างไร้เป้าหมายด้วยอุดมการณ์ที่บิดเบี้ยว แล้วยังมีฉากที่หดหู่และตอกย้ำประเด็นนี้ได้แจ่มชัดมาก คือฉากที่ทหารอเมริกันเอาคืนทหารเวียดกง (เวียดกง คือ สาธารณรัฐเวียดนามใต้) ด้วยการบุกเข้าไประบายแค้นในหมู่บ้านชาวเวียดนามแห่งหนึ่ง แล้วสังหารผู้บริสุทธิ์รวมทั้งชายพิการอย่างไร้เมตตาธรรม รวมไปถึงใช้ปืนจ่อศีรษะเด็กน้อยด้วย ( ฉากนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างรุนแรงเมื่อหนังเข้าฉายใรงภาพยนตร์ ) 

Schindlesr’s List (1993) สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เยอรมันกวาดต้อนชาวยิวไปกักไว้ในค่ายและสังหารอย่างเลือดเย็น เดิมทีนักธุรกิจชาวเยอรมัน “ออสการ์ ชินด์เลอร์” (เลียม นีสัน) ทำธุรกิจโดยฉกฉวยผลประโยชน์จากกสงคราม ด้วยการเปิดโรงงานภาชนะเคลือบแล้วจ้างคนงานยิว ในราคาต่ำ ทำกำไรเป็นกอบเป็นกำ จุดเปลี่ยนมาถึงเมื่อเขาเห็นชาวยิวถูกกระทำราวกับไม่ใช่คน เขาจึงตัดสินใจช่วยชีวิตชาวยิวให้ได้มากที่สุด โดยใช้วิธีผูกมิตรกับทหารบ้าง ติดสินบนบ้าง เพื่อ กว้านซื้อชาวยิวมาโดยอ้างว่าจะพาไปทำงานในโรงงานของเขา ชินด์เลอร์ให้ผู้ช่วยรวบรวมลิสต์รายชื่อชาวยิวทั้งหมด แล้วระดมเงินและช่องทางไปขอซื้อตัว เป็นที่มาของชื่อเรื่อง Schindlesr’s  List โดยเขาสามารถช่วยชีวิตชาวยิวไว้ได้กว่า 1,100 คน แล้วมันก็ทำให้เขากลายเป็นคนล้มละลายในที่สุด หนังเรื่องนี้ได้เล่าเรื่องราวได้ดีมาก แม้นว่าหนังจะเปลี่ยนไปเป็นภาพขาวดำหลังดำเนิน เรื่องไปได้ครู่หนึ่ง เพื่อลดทอนความรุนแรงจากการนองเลือดที่ชาวยิวได้รับ แต่ก็ยังบีบหัวใจคนดู ใครอยากรู้เรื่องราวทั้งหมดไปติดตามกันดูได้  

และทั้งหมดนี่คือหนังสงครามที่เราได้นำมาฝากทุกคนกัน สำหรับใครที่ชื่นชอบภาพยนต์แนวบู๊ ดุเดือด ยิ่งกันทั้งเรื่องต้องไม่พลาดภาพยนตร์เหล่านี้อย่างแน่นอน

จบไปแล้วกับการรีวิวหนังสงครามยอดเยี่ยม สาดกระสุนไม่ยั้ง อย่าลืมการติดตามการรีวิวหนังลืมดูหนังสงครามใหม่ ๆ ได้ที่ moviethai